ข้ามไปยังเนื้อหา
MPC
Innovation Lab
สาระน่ารู้ติดต่อเราแอด LINE @mpc.lab

OEM / ODM

OEM ODM ต่างกันอย่างไร: เปรียบเทียบ OEM, ODM, OBM ในธุรกิจเครื่องสำอาง

MPC Innovation Lab · · 6 นาที

OEM ต่างกับ ODM ตรงที่ OEM คือโรงงานผลิตตามสเปกหรือสูตรที่แบรนด์กำหนด ส่วน ODM คือโรงงานออกแบบและพัฒนาสินค้าให้ แล้วแบรนด์นำไปขายในชื่อตัวเอง ขณะที่ OBM คือผู้ที่เป็นเจ้าของแบรนด์และขายสินค้าเอง สำหรับแบรนด์ใหม่ ทางเลือกที่เสี่ยงน้อยที่สุดมักเป็น ODM หรือ OEM แบบใช้สูตรสำเร็จรูป ซึ่งหลายโรงงานรวมถึง MPC Innovation Lab ให้บริการทั้งสองแบบ

OEM ในธุรกิจเครื่องสำอางคืออะไร

OEM (Original Equipment Manufacturer) คือรูปแบบที่เจ้าของแบรนด์เป็นผู้กำหนดคอนเซ็ปต์ และมักมีสูตรหรือสเปกรายละเอียดมาให้ แล้วโรงงานรับหน้าที่ผลิตตามนั้น ในวงการเครื่องสำอางเรียกอีกอย่างว่าการรับจ้างผลิต

OEM เหมาะกับแบรนด์ที่รู้ชัดว่าต้องการอะไร เช่น มีสูตร รายการสารสำคัญ หรือเนื้อสัมผัสที่กำหนดไว้แล้ว และต้องการโรงงานที่มีมาตรฐานผลิตให้สม่ำเสมอ

ODM ในธุรกิจเครื่องสำอางคืออะไร

ODM (Original Design Manufacturer) คือรูปแบบที่โรงงานออกแบบและพัฒนาสินค้า รวมถึงสูตร แล้วเจ้าของแบรนด์เลือก ปรับแต่ง และขายภายใต้แบรนด์ของตัวเอง โรงงานเป็นฝ่ายมีทีมวิจัยและพัฒนา

ในทางปฏิบัติ ODM มักหมายถึงการเลือกสูตรสำเร็จรูปของโรงงาน แล้วปรับรายละเอียด เช่น กลิ่น สี และบรรจุภัณฑ์ เป็นวิธีที่เร็วที่สุดในการเปลี่ยนไอเดียเป็นสินค้าแบรนด์ โดยไม่ต้องมีนักเคมีของตัวเอง

OBM คืออะไร

OBM (Original Brand Manufacturer) คือบริษัทที่เป็นเจ้าของแบรนด์และควบคุมทั้งสินค้า การตลาด และการขาย OBM อาจจ้างโรงงาน OEM หรือ ODM ผลิตให้ หรือมีโรงงานของตัวเองก็ได้

พูดง่ายๆ OBM คือฝั่งเจ้าของแบรนด์ ซึ่งเป็นเป้าหมายของผู้ก่อตั้งส่วนใหญ่ ส่วน OEM และ ODM คือเส้นทางที่ช่วยให้ไปถึงเป้าหมายนั้น

เปรียบเทียบ OEM, ODM และ OBM

  • ใครพัฒนาสูตร: OEM มักเป็นเจ้าของแบรนด์หรือสูตรที่กำหนด / ODM คือโรงงาน / OBM คือเจ้าของแบรนด์หรือทีมวิจัยของตัวเอง
  • ใครเป็นเจ้าของแบรนด์: OEM และ ODM คือลูกค้า / OBM คือบริษัทนั้นเอง
  • ความยากในการเริ่ม: ODM สูตรสำเร็จรูปโดยทั่วไปต่ำสุด / OEM สูตรเฉพาะสูงขึ้น / OBM ที่มีโรงงานเองสูงสุด
  • เหมาะกับ: ODM เหมาะกับแบรนด์ใหม่ที่ทดลองตลาด / OEM เหมาะกับแบรนด์ที่มีสเปกชัดเจน / OBM เหมาะกับบริษัทที่สร้างแบรนด์ระยะยาว

เพื่อให้เห็นภาพ ที่ MPC สูตรสำเร็จรูปสั่งขั้นต่ำเริ่มที่ 100 ชิ้น ส่วนสูตรเฉพาะโดยทั่วไปประมาณ 300 ถึง 1,000 ชิ้น ซึ่งแสดงว่ารูปแบบที่เลือกมีผลต่อจำนวนสั่งผลิต

แบรนด์ใหม่ควรเลือกแบบไหน

แบรนด์ใหม่ส่วนใหญ่ควรเริ่มด้วย ODM แบบสูตรสำเร็จรูป แล้วค่อยพัฒนาสูตรเฉพาะเมื่อยอดขายพร้อม วิธีนี้ทำให้ออเดอร์แรกไม่ใหญ่เกินไปและได้พิสูจน์ความต้องการของตลาดก่อน

ใช้แนวทางตัดสินใจนี้ได้

  • ไม่มีพื้นฐานด้านสูตร และอยากเริ่มแบบเสี่ยงน้อย: เลือก ODM สูตรสำเร็จรูป
  • ต้องการสินค้าที่แตกต่างชัดเจนหรือมีสารสำคัญเฉพาะตัว: เลือกสูตรเฉพาะ (ODM แบบพัฒนาสูตร หรือ OEM)
  • มีสูตรที่พิสูจน์แล้วเป็นของตัวเอง: เลือก OEM และสอบถามเรื่องการถ่ายทอดสูตรและการขยายขนาดการผลิต
  • วางแผนมีโรงงานเองในระยะยาว: เริ่มเป็นลูกค้า ODM หรือ OEM เรียนรู้กระบวนการ แล้วค่อยประเมินการตั้งโรงงานเอง

ควรถามอะไรโรงงานก่อนตัดสินใจ

  • มีทั้งสูตรสำเร็จรูปและสูตรเฉพาะไหม และขั้นต่ำของแต่ละแบบคือเท่าไร
  • สูตรที่พัฒนาให้ใครเป็นเจ้าของ และย้ายไปผลิตที่อื่นได้หรือไม่ ควรตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร
  • ใช้มาตรฐานคุณภาพอะไร โดย MPC ทำงานภายใต้ ISO 9001:2015, ISO 22716:2007 (GMP เครื่องสำอาง) และ CODEX GHPs
  • ดูแลบรรจุภัณฑ์ อาร์ตเวิร์ก และการส่งมอบด้วยหรือไม่
  • จะได้รับเอกสารอะไรสำหรับการแจ้งรายละเอียดเครื่องสำอาง ทั้งนี้ควรตรวจสอบข้อกำหนดล่าสุดของ อย. กับ อย. หรือทีมเอกสารของโรงงาน

MPC ทำงานกับแบรนด์อย่างไร

MPC Innovation Lab เป็นโรงงาน OEM/ODM เครื่องสำอางแบบวันสต็อป ที่กระทุ่มแบน สมุทรสาคร ก่อตั้งปี 2562 (ค.ศ. 2019) มีทีมนักวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางประสบการณ์กว่า 20 ปี ขั้นตอนทำงานคือ บรีฟและคอนเซ็ปต์ สูตร ตัวอย่าง ยืนยัน บรรจุภัณฑ์และอาร์ตเวิร์ก ผลิต QC และส่งมอบ

ไม่ว่าคุณจะเริ่มจากไอเดีย สินค้าอ้างอิง หรือสูตรที่มีอยู่แล้ว ก้าวแรกคือการส่งบรีฟ แล้วทีมงานจะช่วยแนะนำว่า OEM หรือ ODM เหมาะกับคุณ

คำถามที่พบบ่อย

OEM กับ ODM ต่างกันที่ตรงไหน

OEM คือแบรนด์กำหนดสเปกแล้วโรงงานผลิตให้ ส่วน ODM คือโรงงานออกแบบและพัฒนาสินค้า แล้วแบรนด์นำไปขายในชื่อตัวเอง

ODM ถูกกว่า OEM ไหม

ODM แบบสูตรสำเร็จรูปมักมีต้นทุนเริ่มต้นต่ำที่สุด เพราะงานพัฒนาทำไว้แล้ว แต่ต้นทุนจริงขึ้นกับสูตร บรรจุภัณฑ์ และปริมาณ ควรขอใบเสนอราคาจากบรีฟของคุณ

OBM กับ Private Label เหมือนกันไหม

ไม่เหมือนกัน Private Label คือสินค้าที่โรงงานผลิตแล้วขายในชื่อแบรนด์คุณ ส่วน OBM คือบริษัทที่เป็นเจ้าของและควบคุมแบรนด์ ไม่ว่าจะจ้างผลิตหรือผลิตเองก็ตาม

มือใหม่ควรเลือกแบบไหน

ODM แบบสูตรสำเร็จรูปมักปลอดภัยที่สุดสำหรับก้าวแรก เพราะเริ่มด้วยออเดอร์เล็กและทดสอบความต้องการของตลาดได้

เริ่มด้วย ODM แล้วเปลี่ยนเป็นสูตรเฉพาะทีหลังได้ไหม

ได้ หลายแบรนด์เปิดตัวด้วยสูตรสำเร็จรูป แล้วพัฒนาสูตรเฉพาะสำหรับสินค้าตัวต่อไปหรือการอัปเกรด ควรคุยแผนระยะยาวกับโรงงานตั้งแต่ต้น

MPC รับทั้ง OEM และ ODM ไหม

รับทั้งสองแบบ โดยให้บริการวันสต็อปตั้งแต่พัฒนาสูตร บรรจุภัณฑ์ การผลิต ไปจนถึงการส่งมอบ

บริการผลิตที่เกี่ยวข้อง

แอด LINEโทรเลย